ในช่วง 1990s - 2000s พังก์ได้เปลี่ยนจากแนวเพลงใต้ดินมาเป็นแนวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งเกิดจากการที่วงดนตรีพังก์หลายวงเริ่มเข้าถึงตลาดกระแสหลัก (Mainstream) และได้รับการสนับสนุนจากค่ายเพลงใหญ่
ช่วงต้นถึงกลางยุค 90s พังก์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากแนว Pop Punk และ Skate Punk ที่เข้าถึงผู้ฟังวงกว้างและมีซาวด์ที่ติดหูมากขึ้น
อัลบั้ม Dookie (1994) ทำให้พังก์เป็นที่นิยมในวงกว้างและขายได้หลายล้านชุด
อัลบั้ม Smash (1994) มีเพลงฮิตอย่าง Self Esteem และ Come Out and Play
อัลบั้ม Enema of the State (1999) ช่วยทำให้ Pop Punk เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นยุค 2000s
วงอย่าง NOFX, Pennywise, Bad Religion, Lagwagon ยังคงเป็นกระแสในแนว Skate Punk และ Melodic Hardcore ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพังก์ยุค 80s แต่มีเมโลดี้ที่ติดหูขึ้น
ช่วงปลายยุค 90s ถึงต้น 2000s แนว Emo และ Post-Hardcore ได้รับอิทธิพลจากพังก์และกลายเป็นแนวที่ได้รับความนิยม
Bleed American (2001) ทำให้แนว Emo กลายเป็นกระแสหลัก
Three Cheers for Sweet Revenge (2004) และ The Black Parade (2006) นำแนว Emo Punk เข้าสู่กระแสหลัก
เป็นวงที่ได้รับอิทธิพลจากพังก์และมีเมโลดี้ที่จับใจแฟนเพลงวัยรุ่น
แม้ว่าพังก์จะเข้าสู่กระแสหลัก แต่แนว Hardcore Punk และพังก์ใต้ดินก็ยังคงเติบโต
ช่วง 1990s - 2000s เป็นยุคที่ พังก์ได้รับความนิยมในระดับสูงสุด โดยแนว Pop Punk, Skate Punk และ Emo เป็นแนวที่ทำให้พังก์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในขณะที่พังก์ใต้ดินก็ยังคงรักษาจิตวิญญาณของแนวเพลงนี้เอาไว้ แม้ว่าช่วงปลาย 2000s พังก์จะเริ่มจางหายไปจากกระแสหลัก แต่ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อดนตรีในยุคต่อมา
Back